Healthy Hc

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับความอ้วนด้วย

Posted on: August 29, 2011

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับความอ้วนด้วย ความอ้วน หรือภาวะอ้วน เป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาได้มากมาย เช่น ผลต่อสุขภาพ มีการศึกษาจนมีหลักฐานแน่ชัดว่า ความอ้วนทำให้อัตราการเกิดโรค ในระบบต่างๆ มากขึ้น ได้แก่
1. ความดันโลหิตสูง
2. เบาหวาน หรือในคนไข้ที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว ความอ้วนจะทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินฮอร์โมนได้ ข้อ (1.) และ (2.) เกี่ยวพันโดยตรงกับ อายุที่มากขึ้น และน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น
3. ภาวะเส้นเลือดแข็งตัว (ATHEROSCLEROSIS) อัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ จะสูงขึ้นทั้งในเพศชายและในเพศหญิงวัยกลางคน ที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
4. โรคนิ่วในถุงน้ำดี และการที่มีไขมันแทรกในตับ
5. ระบบทางเดินหายใจ การทำงานของปอดจะลดลง บางครั้งถึงกับมีภาวะการหายใจลดลง ทำให้มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คั่งในปอด ในคนที่อ้วนมากๆ ทำให้เหนื่อยง่าย ง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา
6. โรคข้อเสื่อม และโรคข้ออักเสบเก๊าท์ จะมีอุบัติการณ์เพิ่มสูงมากในทั้ง 2 เพศ
7. อุบัติการณ์การเกิดมะเร็งบางอย่าง จะสูงขึ้น เช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งของถุงน้ำดี และมะเร็งเยื่อบุมดลูก เป็นต้น ผลต่อบุคคลิกภาพ ความสวยงาม และการยอมรับของสังคม คนที่อ้วนมากๆ จะถูกมองว่ารับประทานเก่ง ไม่สนใจดูแลตัวเอง อาจถูกล้อเลียนได้บ่อย ทั้งหมดที่กล่าวมา พอจะเป็นเหตุผลว่า ทำไมจึงไม่ควรปล่อยให้ตนเอง มีภาวะอ้วนเกิดขึ้น

เมื่อไรถึงจะเรียกว่า อ้วน หรือมีภาวะอ้วน
            ในปัจจุบัน เราใช้ Body Mass Index (BMI) เป็นตัวบอกว่า บุคคลนั้นเกิดภาวะอ้วน จนกระทั่งจะทำให้เกิดโรคได้หรือยัง
วิธีการคำนวน BMI = น้ำหนักตัว (เป็นกิโลกรัม)/(ส่วนสูงเป็นเมตร)2

ค่าปกติของเพศหญิง BMI อยู่ระหว่าง 19 – 24
เพศชาย BMI อยู่ระหว่าง 20 – 25   
ความอ้วนมีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง 99% ของภาวะอ้วน ไม่ทราบสาเหตุ 1% ของภาวะอ้วน เกิดจากโรค เช่น โรคทางต่อมไร้ท่อบางอย่าง หรือยาบางอย่าง ที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยารักษาโรคเบาหวาน ยาคุมกำเนิด ยารักษาโรคภูมิแพ้ ยาทางด้านจิตประสาท 99% ที่บอกว่าไม่ทราบสาเหตุนั้น แท้จริงแล้วคือ หาสาเหตุที่แน่นอน หรือโรคทางด้านร่างกายไม่ได้ แต่อาจอธิบายได้จาก กรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อม จากการสังเกตและศึกษาพบว่า กรรมพันธุ์เรื่องอ้วน มีส่วนทำให้เกิดภาวะอ้วนได้ ส่วนสิ่งแวดล้อม เช่น พื้นฐานทางด้านวัฒนธรรม นิสัยการบริโภคอาหาร หรือชนิดและปริมาณไขมันในอาหาร ที่ได้รับอยู่ประจำ การดำรงชีวิต ลักษณะของกิจกรรมในการดำรงชีวิต มีผลทำให้เกิดภาวะอ้วนขึ้นได้ สรุปง่ายๆ ก็คือ ถ้าไม่มีโรคที่ทำให้เกิดภาวะอ้วนเกิดขึ้นแล้ว การที่คนเราจะอ้วนได้ง่าย ก็เนื่องจากมีกรรมพันธุ์อยู่แล้ว หรือความไม่สมดุลกัน ระหว่างพลังงานที่ได้รับเข้าไป กับพลังงานที่ใช้ ถ้าพลังงานที่ได้รับ (รับประทานเข้าไป) มากกว่าพลังงานที่ใช้ (ในการทำงานและการออกกำลังกาย) จะทำให้พลังงานเหลือ สะสมในรูปของไขมัน

การรักษาภาวะอ้วน
• ต้องมีจิตสำนึกที่ดีว่า ไม่ควรจะปล่อยให้มีความอ้วนเกิดขึ้น และมีความตั้งใจแน่วแน่ ที่จะคอยคุมน้ำหนัก อย่าปล่อยตัวเองให้เป็นทาส ของความอยากอาหาร พึงระลึกไว้เสมอ กินเพื่ออยู่ เพื่อสุขภาพ ไม่ใช่อยู่เพื่อกินไปเรื่อยๆ จนอาจจะเกิดโรคขึ้นได้
• ควบคุมอาหาร หรือเปลี่ยนลักษณะของอาหารที่รับประทาน ไม่ใช่อดอาหาร ควรรับประทานที่มีเส้นใยมากๆ เช่น ผลไม้บางอย่าง ลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ไขมัน ปริมาณอาหารที่รับประทาน ก็ควรจะเหมาะสมกับพลังงานที่ใช้ อย่ารับประทานจุกจิก ถ้าอดไม่ได้ ให้เลือกรับประทานผลไม้ ที่มีเส้นใยมากๆ เช่น ฝรั่งหรือแอปเปิ้ล
• ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ (ถ้าได้เริ่มต้นทำแล้ว ควรจะทำต่อไปเรื่อยๆ อย่างน้อยประมาณ 15 นาที ถึง ครึ่งชั่วโมง ในแต่ละวัน)
• การใช้ยาลดความอ้วน ควรปรึกษาแพทย์ และอยู่ในความดูแลของแพทย์ เพราะยาทุกอย่างมีผลข้างเคียงได้
• โรคบางอย่าง เช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคข้อเสื่อม นั้น การลดน้ำหนักตัวลงมา จะทำให้โรคดีขึ้น หรือง่ายที่จะควบคุมด้วยยาปริมาณน้อย บางครั้งจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ยาลดความอ้วน เพื่อเป็นการเริ่มต้นในการลดน้ำหนัก

นายแพทย์พูนศักดิ์ เลาหชวลิต แผนกอายุรกรรม
แหล่งข้อมูล : วารสารโรงพยาบาลรามคำแหง ฉบับที่ 5 – http://www.ram-hosp.co.th/books

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: