Healthy Hc

ยาฆ่า​เชื้อ (antibiotic)ทำไมต้องทานติดต่อกันจนยาหมด แม้ว่าไม่มีอาการแล้ว

Posted on: August 13, 2011

 เรื่องระยะเวลาการใช้ยาที่เหมาะสมถูกต้องตามแผน การรักษามีหลายแบบแตกต่างกัน แต่แบบที่พบได้บ่อยๆ มี ๓ ลักษณะ ดังนี้

 

. ชนิดที่ใช้เมื่อมีอาการเท่านั้น (เมื่ออาการดีขึ้นแล้วให้หยุดยาได้เลย)

. ชนิดที่ต้องใช้ติดต่อกันจนหมด

. ชนิดที่ต้องใช้อย่างต่อเนื่องติดต่อกัน (ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด)

 

ชนิดที่ต้องใช้ติดต่อกันจนหมด

 

          การใช้ยาแบบนี้พบได้บ่อยในโรคติดเชื้อ ไม่ว่าการติดเชื้อนี้จะเกิดจากแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส หรือเชื้ออื่นๆ ซึ่งจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะ (ที่ชาวบ้านเรียกว่ายาแก้อักเสบ) และยาต้านเชื้อชนิดอื่นๆ เหตุผลสำคัญที่ต้องใช้ติดต่อกันจนหมด คือ ในการติดเชื้อแต่ละครั้ง ผู้ป่วยจะได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากเพียงพอให้เกิดโรคได้ หลังจากรับเชื้อแล้ว ผู้ป่วยจะยังไม่มีอาการแสดงออกทันที ต้องกินระยะเวลาพอสมควร ในระหว่างนี้เชื้อจะเริ่มแพร่พันธุ์ขยายการทำลายโดยเพิ่มจำนวนมากขึ้นๆ จนถึงระดับหนึ่ง ที่เริ่มมีอาการแสดงออก เราจะเรียกระยะเวลาตั้งแต่เริ่มต้นรับเชื้อจนถึงเริ่มมีอาการนี้ว่า ระยะฟักตัว ซึ่งแตกต่างกันตามธรรมชาติของการติดเชื้อแต่ละชนิด บางชนิดอาจใช้เวลาเพียง ๒๓ วัน หรือ ไม่เกิน ๑ สัปดาห์ เช่น โรคไข้หวัด แผล (ร้อนใน) ในปาก เป็นต้น แต่ในบางชนิดอาจกินเวลานานๆ เป็นเดือนๆ เป็นปี เช่น โรคเอดส์ หรือวัณโรค เป็นต้น

 

          เมื่อถึงระยะฟักตัว ซึ่งเป็นระยะที่มีปริมาณเชื้อมากพอสมควรและมีอาการแสดงออกแล้ว ผู้ป่วยจึงรู้ตัว และเริ่มต้นการรักษา ซึ่งมักได้ยาต้านเชื้อโรคมาด้วยเป็นส่วนใหญ่ (ยกเว้นโรคติดเชื้อบางชนิดที่ยังไม่มียารักษาโดยตรง เช่น ไข้หวัด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส จึงมักได้รับคำแนะนำให้รักษาตามอาการและรักษาสุขลักษณะที่ดี เพื่อให้หายจากไข้หวัดให้เร็วที่สุด) เมื่อได้รับยาต้านเชื้อ หรือที่รู้จักกันดี ได้แก่ ยาปฏิชีวนะมาแล้ว เมื่อเริ่มใช้ยาถ้ายาชนิดนั้นเป็นยาที่ได้ผลดี เชื้อไวต่อยา หรือยาต้านเชื้อได้ดี จำนวนเชื้อจะลดลงเรื่อยๆ จนถึงจุดจุดหนึ่งที่เริ่มไม่มีอาการแสดงออกแล้ว ถ้าเป็นโรคคออักเสบ เจ็บคอ อาการเจ็บคอ ก็หายแล้ว แต่ ณ จุดจุดนี้ยังมีเชื้อหลงเหลืออยู่จำนวนหนึ่งที่น้อยกว่าระดับที่แสดงอาการ คล้ายกับเป็นการย้อนกลับของการติดเชื้อตั้งแต่เริ่มต้นได้รับเชื้อและเพิ่มปริมาณมากขึ้นๆ เรื่อยๆ จนเริ่มมีอาการในระยะฟักตัว

 

          ในกรณีนี้ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีเชื้อหลงเหลืออยู่บ้าง ถ้าปล่อยทิ้งไว้ หรือหยุดกินยา เชื้อเหล่านี้ก็อาจเพิ่มจำนวนกลับมาแสดงอาการได้ใหม่ มิหนำซ้ำเชื้อเหล่านี้ที่เหลืออยู่อาจปรับตัวและดื้อต่อยาเดิมที่เพิ่งหยุดใช้ คือ จะใช้ยาเดิมก็จะไม่ได้ผลดีแล้ว ดังนั้นในการใช้ยาต้านเชื้อ เมื่ออาการดีขึ้น หรือไม่มีอาการแล้ว จึงควรใช้ยาต่อจนครบตามจำนวนที่สั่งจ่าย เพื่อกำจัดเชื้อโรคให้เหลือน้อยที่สุด หรือหมดไปจากร่างกายของเรา โดยเฉลี่ยจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะประมาณ ๕๗ วัน แต่ในโรคติดเชื้อบางชนิด อาจใช้น้อยกว่านี้ เช่น โรคติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ หรือที่รู้จักกันดีว่าโรคขัดเบา ที่พบได้บ่อยๆ ในผู้หญิงอาจใช้ยาเพียง ๓ วัน หรือโรคหนองใน (แท้) ที่ใช้เพียงครั้งเดียวก็เพียงพอในการรักษา แต่ในโรคติดเชื้อชนิดที่รุนแรง หรือโรคที่เกิดจากเชื้อที่ตายช้า เช่น โรคหนองในเทียม อาจต้องใช้ยาติดต่อกันถึง ๑๔ วัน หรือวัณโรคที่ต้องใช้ยาติดต่อกันอย่างน้อย ๖ เดือน จึงจะได้ผลดี เป็นต้น

 

          ถ้าใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อมีการติดเชื้อและใช้ตามการสั่งจ่าย เมื่อหายดีแล้วหรือเชื้อที่ก่อโรคตายหมดแล้วก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ยานี้อีก เพราะจะทำให้เกิดผลเสีย คือเชื้อดื้อยาได้ง่ายขึ้น และต่อไปจะใช้ยานี้ไม่ได้ผลในการรักษา ยกเว้นในรายที่มีการติดเชื้อใหม่ และมีความจำเป็นต้องใช้ยานี้เท่านั้น

 

ผู้เขียน: ภก.พุทธิพันธ์ รอดสุวรรณ

http://www.doctor.or.th/node/1739

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: